วันจันทร์ที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2554

อันตราย !!! พิษร้ายรอบตัวจากเทคโนโลยี






กระแสความต้องการในการใช้สื่อเทคโนโลยีของประเทศไทย ในขณะนี้มีความรุนแรงและอันตรายมาก เกิดความไม่พอดี รีบเร่ง รีบร้อนมากเกินไป ทำให้เด็กไทยเริ่มมีพฤติกรรมที่ก้าวร้าวรุนแรงมากขึ้น สมองใช้งานน้อยลงจนแทบจะเสื่อมสมรรถภาพ แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้เลยเพราะในการดำเนินชีวิตของมนุษย์ทุกคนล้วนแล้วแต่ใช้เทคโนโลยีด้วยกันทั้งนั้น ตั้งแต่การตื่นจนถึงเข้านอน อย่างไรก็ตาม การนำเอาเทคโนโลยีมาใช้ในชีวิตประจำวันก็เปรียบเสมือนดาบสองคม มีทั้งข้อดีและข้อเสีย อยู่ที่เราจะเลือกใช้อย่างไร
อันตรายจากเทคโนโลยีมีรอบด้าน ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการถูกลวงข่มขืนดังที่เห็นตามหน้าหนังสือพิมพ์ ซึ่งสาเหตุหลักๆ ก็เป็นผลมาจากการใช้เทคโนโลยีที่ผิดประเภท เนื่องจากมีการพูดคุยกันผ่านทางโปรแกรมการสนทนาออนไลน์(chat) ที่เมื่อมีการพูดคุยกันก็มีการนัดมาเจอกันและเกิดเหตุการณ์การล่อลวงไปข่มขืน เพราะการพูดคุยผ่านการChat นี้เป็นการพูดคุยที่อิสระเสรี ผู้พูดสามารถที่จะพูดคุยอะไรออกไปก็ได้ไม่ว่าจะเป็นความจริงหรือไม่ก็ตาม และนอกจากนี้ก็ยังมีการนำเสนอเว็บไซต์ที่เป็นเว็บไซต์อนาจาร ทำให้เป็นการยั่วยุทางอารมณ์ของผู้เล่นจนนำมาสู่การกระทำอันผิดศีลธรรม และเกิดคดีความได้ และจากการที่สื่ออินเทอร์เน็ตเป็นสื่อเสรีไม่มีองค์กรใดๆ เข้ามาควบคุมดูแลจึงทำให้อินเทอร์เน็ตกลายเป็นช่องทางหนึ่งในการติดต่อสื่อสารกันระหว่างกลุ่มคนที่ไม่หวังดี เช่น กลุ่มก่อการร้าย
นอกจากนี้จากการที่มนุษย์เราพึ่งพาเทคโนโลยีมากจนเกินไป ก็ทำให้เกิดผลเสียแก่ตัวเราได้ด้วยเช่นกัน เพราะการพึ่งพาเทคโนโลยีมากเกินไปจะทำให้คนเราเกิดความเคยชินจากการนำเทคโนโลยีมาใช้อำนวยความสะดวกในชีวิต จนทำให้บางครั้งเราก็ทำอะไรไม่เป็นไม่สามารถคิดอะไรได้เพราะมีเทคโนโลยีมาช่วย ไม่ว่าจะเป็นการคิดเลข คนสมัยนี้ บางทีบวกลบเลขง่ายๆ ยังต้องอึ้งไปสักพักกว่าจะคิดออก นั่นเป็นเพราะเราใช้เครื่องคิดเลขจนเคยตัว หรือแม้กระทั่งการจำเบอร์โทรศัพท์ ปัจจุบันนี้คนเรามีความสามารถในการจำเบอร์โทรศัพท์น้อยลงหรือจำไม่ได้เลย เพราะใช้โทรศัพท์ในการเก็บเบอร์โทรศัพท์ต่างๆ เอาไว้แทน ซึ่งอาจส่งผลให้ในอนาคตมนุษย์จะมีความสามารถลดน้อยลง และเทคโนโลยีหรือเครื่องจักรต่างๆ ก็จะมีความสำคัญมากกว่ามนุษย์

เด็กไทยในปัจจุบันนี้มีการใช้เทคโนโลยีที่มากเกินความจำเป็น จนบางครั้งทำให้กลายเป็นคนขี้โมโห โกรธง่าย มักมองคนอื่นในแง่ลบ ซึ่งพฤติกรรมที่เห็นได้ชัดคือ ยามที่คุณพูดคุยกับใคร มักต้องการการตอบสนองกลับที่รวดเร็วทันใจ ถามปุ๊บอยากให้เขาตอบปั๊บ เหมือนกดรีโมตสั่งได้ อยากให้รอบข้างเร็วเหมือนเทคโนโลยี และมักติดนิสัยชอบทำหลายอย่างในเวลาเดียวกัน เช่น คุยโทรศัพท์ไปด้วย ดูหนังไปด้วย ทำการบ้านไปด้วย จนทำให้ประสิทธิภาพในการทำงานลดลง
จากการที่เทคโนโลยีมีอยู่รอบตัวเราจนเกินไป ทำให้เราต้องใกล้ชิดโลกไซเบอร์อยู่ตลอดเวลา จะเกิดความรู้สึกเครียด กังวลเมื่อไม่ได้เช็คอีเมล์ รู้สึกหงุดหงิดใจเวลาหาตู้เอทีเอ็มเพื่อกดเงินไม่เจอ ทั้งๆ ที่อาจจะมีเคาน์เตอร์ในธนาคารให้บริการก็ตาม หรือรู้สึกลำบากเมื่อต้องเขียนหนังสือด้วยมือ ขณะเดียวกันก็จะห่างเหินจากสังคมปกติ มีกิจกรรมร่วมกับคนอื่นน้อยลง ไม่สนใจเพื่อน ครอบครัว กระทั่งละทิ้งการงาน และเรื่องส่วนตัว เพื่อเล่นอินเทอร์เน็ต ยากจะที่ปรับตัวเข้ากับคนอื่นและรู้สึกอึดอัดใจถ้าจะต้องหยุดใช้งาน
เทคโนโลยีมีทั้งประโยชน์และโทษ ดังนั้นการใช้เทคโนโลยีที่ถูกวิธีจึงเป็นสิ่งที่สำคัญ และต้องไม่ใช้เทคโนโลยีในทางที่ผิดที่จะส่งผลให้เกิดความเสียหาย และในขณะเดียวกันมนุษย์เราก็จะต้องหันกลับมาพึ่งพาตัวเองบ้าง และใช้เทคโนโลยีเฉพาะเท่าที่จำเป็นเท่านั้น ในบางครั้งผู้ใหญ่หรือผู้ปกครองก็ต้องเข้ามาดูแลเด็ก และให้คำแนะนำแก่เด็กด้วยเพื่อไม่ให้เด็กเหล่านี้เข้าไปเสพสื่อที่ไม่ดีและผิดศีลธรรม
สำคัญที่สุด คือ การใช้เทคโนโลยีอย่างพอประมาณ เพื่อลดปัญหาทั้งต่อตนเองและผู้อื่น

ที่มา http://www.km.fiet.kmutt.ac.th/?p=479

2 ความคิดเห็น: